แต่งห้องครัวสวย แบบห้องครัวที่ใช่กับคุณ

แต่งห้องครัวสวย  อินดัสเทรียลลอฟท์ เป็นสไตล์การตกแต่งที่เกิดขึ้นหลังยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมในประเทศแถบตะวันตก ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนโรงงานและโกดังเก่าในแถบชานเมืองทีถูกปล่อยทิ้งร้างให้กลายเป็นสตูดิโอส่วนตัวสำหรับสร้างสรรค์งานศิลปะ และได้มีการปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยด้วยเช่นกัน ในส่วนสไตล์การตกแต่งจะมีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์และใช้งบประมาณไม่สูงมากนัก จึงสะท้อนออกมาเป็นรูปแบบการตกแต่งที่นิยมเปลือยโครงสร้างเดิมเอาไว้ทั้งเสา คาน และพื้นที่เป็นปูนเปลือยหรือผนังก่ออิฐ สายไฟและระบบท่อต่าง ๆ กลายเป็นจุดเด่นที่ถูกนำมาโชว์ให้เห็นโดยไม่ต้องปกปิดหรือเก็บซ่อนไว้ให้มิดชิด ซึ่งมีการนำรูปแบบการตกแต่งในสไตล์นี้มาประยุกต์ใช้กับการตกแต่งบ้านในปัจจุบันค่อนข้างมาก เพราะนอกจากจะให้ความสวยงาม พร้อมสะท้อนความเท่ที่แตกต่าง ยังเป็นรูปแบบการตกแต่งบ้านที่ช่วยประหยัดงบประมาณได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากมีขั้นตอนการตกแต่งบ้านที่ไม่ต้องพิถีพิถันมากนัก ไอเดียต่อเติมบ้าน

แต่งห้องครัวสวย แบบห้องครัวที่ใช่กับคุณ

การนำสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์มาผสมผสานเข้ากับการตกแต่งบ้านอาจเริ่มต้นจากการดีไซน์เคาน์เตอร์ครัวที่มีรูปแบบเรียบง่ายไม่ยุ่งยาก โดยนำมาออกแบบให้เข้ากับพื้นที่ใช้สอยในห้องครัวที่มีอยู่ ด้วยการใช้วัสดุเหล็กเป็นโครงสร้างหลัก ผสมผสานเข้ากับตะแกรงเหล็กฉีกที่นำมากั้นเป็นส่วนผนังใต้พื้นที่จัดเก็บเคาน์เตอร์ เพื่อใช้พรางตาในพื้นที่จัดเก็บให้เป็นส่วนตัวมากขึ้น ก่อนจะท็อปด้านบนด้วยวัสดุไม้จริงหรือวัสดุทดแทนไม้ที่มีความทนทานต่อการใช้งานในห้องครัวที่มีความชื้นสูง อาจเพิ่มส่วนใช้งานในบริเวณนี้โดยการเลือกใช้ชั้นวางในห้องครัวแบบเรียบง่ายที่ทำขึ้นจากวัสดุเหล็ก เพื่อใช้สำหรับจัดเก็บถ้วยชามและของใช้ในห้องครัวให้เป็นระเบียบที่สามารถ DIY ได้เองโดยไม่ต้องซื้อให้เปลืองงบประมาณ

สำหรับห้องครัวที่ไม่ได้ใช้งานหนัก การเลือกใช้ชุดครัวสำเร็จรูปขนาดเล็กที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไปก็เพียงพอต่อการใช้งานในห้องครัว แต่อาจเพิ่มส่วนใช้สอยที่ครบครันมากยิ่งขึ้นโดยการเพิ่มชั้นวางติดผนังที่ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้งานในห้องครัว ซึ่งสามารถ DIY ได้เองแบบง่าย ๆ ด้วยการนำไม้เหลือใช้หรือวัสดุที่สามารถหาได้ง่ายอย่างเหล็ก มาติดตั้งเป็นชั้นวางสำหรับจัดเก็บของในห้องครัว เพียงเท่านี้ก็สามารถเพิ่มพื้นที่ใช้งานได้มากขึ้น ภายใต้ความสวยงามที่มีสไตล์อย่างไม่ซ้ำใคร

ห้องครัวแบบสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์จะเน้นไปที่การตกแต่งในโทนสีเข้มอย่าง สีดำ สีเทา หรือผสมผสานเข้ากับโทนสีเบจจากงานไม้ ซึ่งชุดครัวสำเร็จรูปโดยส่วนใหญ่จะนิยมท็อปด้านบนเคาน์เตอร์ด้วยหินสังเคราะห์สีเข้มเป็นหลัก จึงสามารถนำมาจัดวางคู่กับชั้นวางเหล็กแขวนของใช้ที่สามารถ DIY ได้เอง โดยการเชื่อมเหล็กเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมนำไปติดตั้งเข้ากับเคาน์เตอร์ครัวสำหรับเป็นพื้นที่แขวนอุปกรณ์ในห้องครัว หรืออาจเสริมพื้นที่จัดเก็บบนผนังด้วยการติดตั้งชั้นวางแบบง่าย ๆ ด้วยการนำแผ่นไม้มายึดติดไว้บนผนังด้วยเหล็กฉาก เพียงเท่านี้ก็พร้อมเพิ่มความสวยงามให้มุมครัวเท่ในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ และพร้อมใช้งานได้มากกว่าเดิม

เพิ่มพื้นที่จัดเก็บให้ครัวสไตล์อินดัสเทรียลแบบไม่ยุ่งยาก โดยการนำแผ่นไม้ที่สามารถหาได้ง่ายท้องถิ่นมาตกแต่งเป็นชั้นวางสำหรับจัดเก็บของใช้ในบริเวณใต้เคาน์เตอร์ครัว หากต้องการเพิ่มความสวยงามเพื่อพรางส่วนจัดเก็บที่รกรุงรัง แนะนำให้ DIY ผ้าม่านที่สามารถทำได้เอง เพื่อใช้สำหรับปิดบังส่วนจัดเก็บบริเวณใต้ซิงค์ล้างให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ในส่วนพื้นที่เหนือเคาน์เตอร์ครัวก็สามารถเพิ่มชั้นวางของแบบง่าย ๆ โดยการใช้เหล็กเป็นโครงสร้างหลัก ก่อนที่จะวางด้วยแผ่นไม้เพื่อใช้เป็นส่วนวางของใช้ในครัว เพื่อเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานได้มากขึ้นในราคาที่ไม่สูงมากจนเกินไป

เครื่องดูดควัน

ไอเท็มที่ควรมีติดครัวไว้ใช้งานให้อุ่นใจ คือ เครื่องดูดควัน

เพราะเครื่องดูดควันที่ถูกติดตั้งไว้ในห้องครัวถือเป็นเครื่องใช้สอยชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่องานครัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สามารถช่วยระบายควัน กลิ่นอาหาร ไอน้ำมันจากการผัดทอด รวมถึงลมร้อนในขณะทำอาหารให้ออกไปจากพื้นที่ในห้องครัวได้อย่างรวดเร็ว เพราะห้องครัวส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือห้องครัวในคอนโดก็มักจะได้รับการออกแบบให้อยู่ในพื้นที่ปิด ซึ่งยากต่อการระบายอากาศและถ่ายเทอากาศได้อย่างเหมาะสม จึงทำให้เครื่องดูดควันกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ควรมีติดห้องครัวไว้ใช้งานอยู่เสมอ และสำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางในการเลือกเครื่องดูดควันให้ลงตัวกับการใช้งานอย่างตรงใจ ทีมงานก็มีเทคนิคในการเลือกเครื่องดูดควันในห้องครัวมาแนะนำกันค่ะ
ห้องครัวแบบห้องครัวแต่งห้องครัวตกแต่งห้องครัวเครื่องดูดควัน
เลือกเครื่องดูดควันให้เหมาะกับการใช้งานและพื้นที่ใช้สอย
  • เครื่องดูควันแบบกระโจมติดผนัง เป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับการออกแบบให้มีการดูดลำเลียงควันออกไปจากห้องครัวผ่านทางท่อลำเลียงบริเวณด้านบนของกระโจม โดยส่งผ่านออกไปยังบริเวณพื้นที่ใต้ผนังหรือฝ้าที่มีการติดตั้งเครื่องดูดควันไว้ ซึ่งในอดีตเครื่องดูดควันประเภทนี้จะไม่มีที่กรองน้ำมันไว้สำหรับดักจับไอน้ำมัน แต่จะใช้วิธีการระบายควันออกไปพื้นที่ด้านนอกโดยตรง ซึ่งอาจส่งผลให้ควัน กลิ่น รวมถึงน้ำมันจากในห้องครัวออกไปรบกวนเพื่อนบ้านและสภาพแวดล้อมนอกบ้านได้ ในปัจจุบันจึงมีการออกแบบให้เครื่องดูดควันแบบติดผนังมาพร้อมตัวกรองน้ำมัน เพื่อช่วยกรองกลิ่นและควันที่ไม่พึงประสงค์จากในห้องครัวได้อย่างเหมาะสม โดยการกรองอากาศให้เกิดการหมุนเวียนภายในห้องที่ไม่รบกวนสภาพแวดล้อมภายนอก และด้วยตัวเครื่องดูดควันที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงเหมาะสำหรับการติดตั้งไว้ใช้งานภายในบ้านที่ค่อนข้างมีพื้นที่เท่านั้น อาจไม่เหมาะสมกับการติดตั้งไว้ในที่อยู่อาศัยที่มีขนาดจำกัด
  • เครื่องดูดควันแบบกระโจมกลางห้อง เป็นเครื่องดูดควันชนิดที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการติดตั้งใช้งานในห้องครัวบริเวณส่วนกลางของห้อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้สอยในห้องครัวที่มีการออกแบบไอส์แลนด์กลางห้องไว้สำหรับประกอบอาหาร ซึ่งจะเหมาะสำหรับการใช้งานในห้องครัวที่ค่อนข้างกว้างขวางและขนาดพื้นที่มากเป็นพิเศษ โดยควรพิจารณาเลือกเครื่องดูดควันให้มีขนาดเหมาะสมลงตัวกับพื้นที่ภายในห้องครัวและขนาดของไอส์แลนด์ หากมีการเลือกดีไซน์และขนาดให้ลงตัวกับพื้นที่ภายในห้องครัว การติดตั้งเครื่องดูดควันประเภทนี้ก็สามารถเพิ่มบรรยากาศให้ห้องครัวดูสวยงามและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น และเนื่องจากการติดตั้งไว้ในบริเวณกลางห้อง จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้ไม่สะดวกต่อการติดตั้งท่อระบายอากาศ จึงมักจะมีการออกแบบเครื่องดูดควันให้มาพร้อมระบบกรองน้ำและกรองอากาศ ซึ่งเป็นระบบที่เหมาะสำหรับการติดตั้งเครื่องดูดควันกลางห้องที่ไม่สามารถระบายอากาศออกไปได้ จึงจะมีการดูดควันผ่านระบบกรองน้ำมันก่อนการกรองอากาศอีกชั้นหนึ่ง เพื่อดักจับกลิ่นและควันที่ไม่พึงประสงค์ก่อนที่จะปล่อยอากาศกลับสู่พื้นที่เดิม แต่เครื่องดูดควันในบางรุ่นก็สามารถติดตั้งท่อสำหรับระบายอากาศออกสู่พื้นที่นอกห้องได้
  • เครื่องดูดควันแบบ Slimline เป็นเครื่องดูดควันที่ได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก กระทัดรัด มีดีไซน์บาง แต่มีแรงดูดอากาศไม่มากเท่าเครื่องดูดควันขนาดใหญ่ที่ติดตั้งตามบ้าน ซึ่งจะไม่เหมาะสำหรับการทำอาหารแบบจริงจัง เพราะไม่มีกำลังในการดูดกลิ่นและควันมากนัก แต่จะเหมาะสำหรับการติดตั้งไว้ใช้งานในพื้นที่จำกัดอย่างห้องครัวของคอนโดที่ไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางมากนัก โดยจะนิยมติดตั้งไว้บริเวณใต้ชั้นวางของติดผนังในห้องครัว ซึ่งจะใช้เป็นระบบแบบเวียนอากาศ ด้วยการดูดกลิ่นและควันไม่พึงประสงค์จากการทำอาหารเข้าไปด้านในตัวกรอง ก่อนที่จะปล่อยอากาศเดิมให้หมุนเวียนใหม่ในห้อง หรือในบางที่อาจมีการออกแบบซ่อนท่อระบายอากาศไว้ด้านในชั้นเคาน์เตอร์ เพื่อช่วยในการระบายอากาศออกสู่พื้นที่ภายนอก
  • เครื่องดูดควันแบบผสมกระโจมและ Slimline เป็นเครื่องดูดควันที่เกิดจากการนำรูปแบบของกระโจมและ Slimline เข้ามาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกัน จึงช่วยทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้มีประสิทธิภาพในการใช้งานเพิ่มมากขึ้นกว่าเครื่องดูดควันแบบ Slimline ด้วยคุณสมบัติที่สามารถดูดกลิ่นและควันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมดีไซน์ที่มีความหนาเพิ่มมากขึ้นจากเครื่องดูดควัน Slimline แบบเดิม และมีการออกแบบเพิ่มเติมให้สามารถดึงส่วนกระโจมออกมาใช้งานได้ จึงเป็นการช่วยเพิ่มคุณสมบัติให้เครื่องดูดควันสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และด้วยรูปแบบที่เน้นการปรับปรุงพัฒนาจากเครื่องดูดควันแบบ Slimline เป็นหลัก จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดผสมสองดีไซน์นี้ยังคงเหมาะสำหรับการติดตั้งในพื้นที่ค่อนข้างจำกัดอย่างห้องครัวในคอนโดได้ดี
  • เครื่องดูดควันแบบ Down Draft เป็นเครื่องดูดควันขนาดกระทัดทัดที่มีดีไซน์ทันสมัย เรียบง่าย และค่อนข้างมีความบาง จึงสามารถนำไปติดตั้งไว้ในห้องครัวที่เน้นความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อย่างลงตัว เพราะเครื่องดูดควันชนิดนี้จะไม่มีการดีไซน์ Hood ให้บดบังสายตา ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะนิยมติดตั้งเครื่องดูดควันชนิดนี้ไว้บริเวณหน้าเตาทำอาหารบนเคาน์เตอร์ครัว ในบางรุ่นอาจมีการดีไซน์ให้สามารถซ่อนเก็บตัวเข้าไว้ใต้เคาน์เตอร์ทำอาหารที่ไม่ดูเกะกะสายตาได้อีกด้วย โดยจะทำการดูดควันจากบริเวณเตาทำอาหารลงสู่พื้นที่ด้านล่างผ่านระบบกรองน้ำมันและตัวกรองอากาศที่ถูกติดตั้งซ่อนไว้ในใต้เคาน์เตอร์ครัว แต่เนื่องจากมีการวางระบบที่ค่อนข้างยุ่งยาก จึงทำให้เครื่องดูดควันชนิดนี้ค่อนข้างจะมีราคาสูงกว่าเครื่องดูดควันทั่วไปที่นิยมใช้งานในห้องครัว

เลือกวัสดุพื้นและผนังให้ห้องครัว

เลือกวัสดุพื้นและผนังให้ห้องครัว แต่งห้องครัวสวย

การเลือกใช้วัสดุปิดผิวบนพื้นและผนังที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างเหมาะสม ทั้งในเรื่องความทนทานและง่ายต่อการดูแลรักษา ยังมีส่วนช่วยเสริมสุขภาพอนามัยของการใช้งานภายในห้องครัวให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง บทความนี้พวกเรา จึงรวบรวมวัสดุปิดผิวทั้งพื้นและผนังที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานในห้องครัวมาแนะนำค่ะ
ผนังทั่วไปในห้องครัว ออกแบบภายใน
การปรุงอาหารภายในห้องครัวของบ้านหรือที่อยู่อาศัยประเภทต่าง ๆ มักจะทำให้เกิดร่องรอยจากคราบสกปรกในระหว่างการทำอาหาร หรือคราบน้ำมันที่ใช้ในการทอดและผัดลอยไปเกาะอยู่ตามผนังภายในห้องครัว ซึ่งอาจทำให้เกิดเป็นร่องรอยที่ไม่สวยงาม มีกลิ่นเหม็นสะสมตามผนัง และยากต่อการเช็ดทำความสะอาด แม้จะเป็นผนังในห้องครัวทั่วไปที่ไม่ใช่บริเวณปรุงอาหาร หรือไม่ต้องสัมผัสกับความร้อน ความชื้น คราบน้ำมันและคราบอาหารโดยตรง ก็จำเป็นต้องเลือกสรรวัสดุที่มีความเหมาะสมเพื่อให้สามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย โดยอาจเลือกกรุผนังด้วยวัสดุเหล่านี้
  • กระเบื้องเซรามิก เป็นวัสดุที่มีพื้นผิวเรียบลื่น มันเงา จึงเหมาะสำหรับนำมาใช้กรุผนังตกแต่งภายในห้องครัว เพราะสามารถทำความสะอาดได้ง่ายดาย เพียงแค่ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาด หรือชุบกับน้ำยาเช็ดทำความสะอาด ก็สามารถเปลี่ยนผนังภายในห้องครัวให้สวยเหมือนใหม่ได้ทันที
  • ผนังทาสี สำหรับผนังภายในห้องครัวบริเวณที่ไม่ต้องรับศึกหนักในการทำอาหาร อาจตกแต่งผนังส่วนใหญ่ด้วยการทาสีทับพื้นผิวผนังให้สวยงาม แต่ควรเลือกใช้สีทาผนังที่มาพร้อมคุณสมบัติทนความร้อนและความชื้นได้ดี เพื่อป้องกันการเกิดคราบราดำบนผนังภายในห้องครัวที่มีความชื้นสูง และเพื่อความสะดวกในการดูแลรักษาผนังในห้องครัวมากยิ่งขึ้น แนะนำให้เลือกใช้สีทาผนังที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถเช็ดทำความสะอาดผิวผนังได้บ่อยครั้ง โดยไม่ทำให้สีหลุดร่อน ก็จะช่วยตอบโจทย์การดูแลผนังห้องครัวภายในบ้านให้กลายเป็นเรื่องง่ายมากกว่าเดิม
  • ผนังฉาบปูนขัดมัน สำหรับบ้านสไตล์ลอฟท์ที่ตกแต่งภายในห้องครัวด้วยผนังฉาบปูนขัดมันหรือผนังปูนเปลือย แนะนำว่าควรใช้น้ำยาเคลือบผิวผนัง เพื่อป้องกันการดูดซึมน้ำ คราบน้ำมัน ความชื้นที่เกิดขึ้นภายในห้องครัวไปจับอยู่ตามผิวผนัง ก็จะช่วยลดการเกิดเชื้อรา ตะไคร่น้ำ และคราบขาวบนผนังปูนเปลือยได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการทำความสะอาดมากขึ้นด้วยเช่นกัน
ผนังห้องครัวที่ต้องรับบทหนัก
ผนังในส่วนปรุงอาหารที่ต้องเผชิญกับความร้อน ความชื้น ละอองน้ำมัน และคราบความสกปรกจากการทำอาหารอยู่ตลอดเวลา เป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษในการเลือกวัสดุปิดผิวผนังที่สามารถดูแลง่ายและสะดวกต่อการทำความสะอาดหลังจากใช้งาน อาทิเช่น
  • หินเทียมหรือหินสังเคราะห์ ปัจจุบันวัสดุชนิดนี้ได้รับความนิยมสูงในการนำมาใช้ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ครัว เพราะมีความทนทานและง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งสามารถนำมาใช้ตกแต่งห้องครัวด้วยการกรุวัสดุลงบนผนัง โดยควรเลือกหินสังเคราะห์ชนิดที่มีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำต่ำ เพราะจะช่วยให้ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย พร้อมทนทานต่อความร้อนและความชื้นได้ดีกว่า อีกทั้งยังสามารถนำมาใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามที่กลมกลืนกันได้ดีทั้งในส่วนเคาน์เตอร์และผนังห้องครัวที่ต้องรับศึกหนักในการทำอาหาร
  • แผ่นสเตนเลส นอกจากสเตนเลสจะเป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ออกแบบเป็นเคาน์เตอร์ครัวค่อนข้างมาก เนื่องจากมีความทนทานต่อการใช้งาน ยังมีการนำวัสดุชนิดนี้มาใช้ในการออกแบบตกแต่งผนังภายในครัวบริเวณที่ต้องเผชิญกับการประกอบเป็นอาหารอยู่เสมอ ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะสามารถพบเห็นได้บ่อยตามห้องครัวในร้านอาหาร หรือห้องครัวของโรงแรม เพราะวัสดุสเตนเลสโดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อความร้อนบริเวณหน้าเตาทำอาหารได้ดี และสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยงามเช่นวัสดุประเภทอื่นมากนัก อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ สามารถใช้ปิดผิวบนผนังได้อย่างต่อเนื่องแบบไร้รอยต่อระหว่างเคาน์เตอร์และผนัง ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบผิวเงาและผิวด้าน จึงเหมาะสำหรับการใช้งานภายในห้องครัวที่ต้องใช้งานหนักเป็นอย่างยิ่ง แต่ควรระวังไม่ให้ผิววัสดุเผชิญกับอาหารหรือสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดและด่างสูง เพราะจะทำให้เกิดร่องรอยด่างบนวัสดุสเตนเลสได้
  • กระเบื้องเซรามิกผิวเรียบลื่น เป็นวัสดุที่ง่ายต่อการทำความสะอาดและเหมาะกับห้องครัวที่ถูกใช้งานอย่างหนักมากที่สุด เนื่องจากพื้นผิวของกระเบื้องมีคุณสมบัติดูดซึมน้ำต่ำ ทำให้ไม่ดูดซับความชื้นและคราบมันไว้ในผนัง โดยอาจเลือกใช้กระเบื้องพอร์ซเลน หรือกระเบื้องแผ่นใหญ่ในการตกแต่งผนังห้องครัว เพื่อให้ห้องครัวมีความสวยงามและมีรอยต่อจากร่องยาแนวกระเบื้องน้อยที่สุด ที่สำคัญควรเลือกใช้ยาแนวกระเบื้องที่สามารถยึดเกาะได้ดี ทนความร้อนและความชื้นสูง และช่วยลดการเกิดคราบราดำและแบคทีเรียได้ดี ก็จะช่วยเสริมสุขภาพอนามัยภายในห้องครัวให้สะอาดมากยิ่งขึ้น
  • กระจกเทมเปอร์ กระจกเป็นวัสดุที่ไม่ค่อยพบเห็นได้บ่อยนักในการนำมากรุลงบนผนังในห้องครัว เพราะไม่สามารถทนต่อแรงกระแทกในการใช้งานได้เท่าที่ควร วัสดุที่เหมาะสมและสามารถนำมาใช้กรุผนังในห้องครัวได้ดีมากที่สุดได้แก่ กระจกเทมเปอร์ หรือกระจกลามิเนต ซึ่งมีคุณสมบัติที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกได้ดี โดยสามารถนำมาตัดให้มีขนาดพอดีกับบริเวณที่ต้องการได้อย่างลงตัวและมีรอยต่อน้อยกว่าการกรุผนังด้วยกระเบื้อง อีกทั้งวัสดุชนิดนี้ยังสามารถเลือกรูปแบบในการตกแต่งได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการพ่นสี พ่นทราย หรือทำลวดลายบนผิวผนัง แต่อาจไม่สามารถเจาะผนังเพื่อแขวนของใช้ได้ตามต้องการ
พื้นห้องครัวทนทาน ไม่ลื่นล้ม
วัสดุที่เหมาะสำหรับการนำมาตกแต่งพื้นภายในห้องครัวควรมีพื้นผิวที่เหมาะสม ไม่ทำให้ลื่นล้ม และควรมีความแข็งแรงทนทานได้ดี ไม่เป็นพื้นผิวที่ง่ายต่อการสะสมสิ่งสกปรก อีกทั้งยังควรเป็นวัสดุที่สามารถทำความสะอาดได้ง่ายหลังการใช้งาน เช่น
  • กระเบื้องเซรามิก เป็นวัสดุที่ถูกนำมาใช้ตกแต่งภายในห้องครัวมากที่สุด เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทานสูง มีคุณสมบัติในการดูดซึมน้ำต่ำ ง่ายต่อการดูแลรักษา พร้อมทั้งยังมีลวดลายสวยงามให้เลือกสรรมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลายแบบธรรมชาติทั้งลายหินและลายไม้ หรือลวดลายปูนขัดมัน แต่ควรเลือกกระเบื้องปูพื้นที่มีผิวสัมผัสหน้าเรียบ เพราะง่ายต่อการทำความสะอาดได้ดีกว่าผิวสัมผัสที่มีความขรุขระและเป็นร่องลึก ที่สำคัญไม่ควรเลือกใช้กระเบื้องที่มีพื้นผิวมันเงา เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจากการลื่นล้มได้ง่าย
  • หินขัด หากต้องการตกแต่งพื้นห้องครัวให้สวยเรียบเนียนแบบไร้รอยต่อ แนะนำให้เลือกปูพื้นด้วยหินขัด เนื่องจากมีความทนทาน ง่ายต่อการทำความสะอาด แต่อาจลื่นล้มได้ง่ายหากมีคราบน้ำหกหรือคราบน้ำมันบนพื้น สำหรับวัสดุที่ไม่แนะนำในการนำมาตกแต่งพื้นในห้องครัวคือ ไม้ธรรมชาติ หินอ่อน พรม และกระเบื้องดินเผา เพราะเป็นวัสดุที่ยากต่อการทำความสะอาด ยากต่อการดูแลรักษาและสามารถเกิดคราบสกปรกได้ง่าย

เคล็ดลับดูแลห้องครัว

เคล็ดลับดูแลห้องครัว แต่งห้องครัวสวย

ทำความสะอาดคราบน้ำมันบนผนัง
พื้นที่ภายในห้องครัวที่ง่ายต่อการเกิดคราบสกปรกเลอะเทอะมากที่สุดก็คือ ผนังบริเวณส่วนทำอาหาร ซึ่งมักจะเต็มไปด้วยคราบน้ำมันจากการปรุงอาหารต่าง ๆ ที่ติดฝังแน่นอยู่บนผนังจนกลายเป็นคราบสกปรกสะสมที่ยากต่อการทำความสะอาดให้สวยงามเช่นเดิม วิธีที่จะสามารถทำให้ผนังภายในห้องครัวดูสวยงามและมีบรรยากาศที่น่าใช้งานาอยู่เสมอ จึงควรหมั่นทำความสะอาดบริเวณผนังที่ต้องเผชิญกับคราบน้ำมันเป็นประจำ ซึ่งนอกจากการขัดถูแบบปกติทั่วไป แนะนำให้ผสมน้ำส้มสายชูเข้ากับน้ำยาทำความสะอาดและน้ำอุ่น หลังจากนั้นให้นำมาใช้ทำความสะอาดด้วยการขัดถูคราบน้ำมัน พร้อมทิ้งระยะเวลาไว้สักพักก่อนเช็ดออกด้วยผ้าชุบน้ำ ก็ช่วยให้สามารถขจัดคราบน้ำมันบนผนังได้อย่างง่ายดาย
ทำความสะอาดคราบน้ำมันบนพื้นผิว
คราบน้ำมันที่เป็นปัญหากวนใจและยากต่อการทำความสะอาด ไม่ได้เป็นเพียงคราบสะสมที่จับตัวฝังแน่นอยู่บนผนังบริเวณเตาปรุงอาหารเท่านั้น แต่คราบความมันจากการผัด ทอด ในระหว่างปรุงอาหารยังสามารถเกาะอยู่ตามพื้นผิวต่าง ๆ ภายในห้องครัวได้อย่างทั่วถึง ซึ่งอาจทำให้ผิวสัมผัสจากเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้ภายในห้องครัวเต็มไปด้วยคราบมัน สกปรก และดูไม่น่าใช้งาน แนะนำให้ลองนำเบกกิ้งโซดา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากกลิ่นและอันตรายมาละลายผสมเข้ากับน้ำ ก่อนจะนำไปทาตามพื้นผิวสัมผัสที่มีคราบมันเกาะอยู่ หรือใช้ผงเบกกิ้งโซดาโรยลงบนอุปกรณ์ครัวที่มีคราบน้ำมันฝังแน่น ทิ้งไว้สักพักแล้วค่อยเช็ดล้างทำความสะอาด ประสิทธิภาพจากเบกกิ้งโซดาจะช่วยดูดซับคราบความมันออกและสามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
คราบสกปรกเล็กน้อยที่ไม่ควรมองข้าม
สภาพแวดล้อมที่ดีภายในห้องครัวไม่เพียงช่วยทำให้บรรยากาศในการทำอาหารดูน่าใช้งานมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีต่อสุขอนามัยในการรับประทานอาหารของสมาชิกในครอบครัว ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดห้องครัวเป็นประจำสม่ำเสมอ อย่างน้อยควรเช็ดทำความสะอาดอย่างง่าย ๆ เพื่อป้องกันการเกิดคราบสกปรกสะสมที่ยากต่อการทำความสะอาด โดยการใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำเปล่า ก่อนจะนำไปใส่ขวดสเปรย์ฉีดพ่นหรือใช้ผ้าชุบแล้วนำไปเช็ดทำความสะอาดภายในห้องครัวให้ทั่ว เพื่อให้บรรยากาศภายในห้องครัวพร้อมสำหรับการทำอาหารในครั้งถัดไป
กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องครัว
นอกจากความสกปรกที่เกิดเป็นคราบสะสมจากการทำอาหารในแต่ละวัน ยังนำมาสู่การสะสมของกลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องครัว ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศที่ดีในระหว่างการทำอาหารและอาจกลายเป็นปัญหาของกลิ่นบ้านเหม็นอับที่รบกวนการอยู่อาศัยด้วยเช่นกัน แนะนำให้ลองใช้แอลกอฮอลล์ผสมน้ำเปล่าเล็กน้อย พร้อมนำไปฉีดพ่นบริเวณที่มีกลิ่นเหม็น ก็จะช่วยลดการสะสมกลิ่นไม่พึงประสงค์ให้จางลงมากกว่าเดิม
จัดเก็บเครื่องใช้ในห้องครัวให้เป็นระเบียบ
หลังจากทำอาหารเสร็จเรียบร้อย ควรมีการจัดเก็บอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ภายในห้องครัวให้เข้าที่เข้าทางและมีความเป็นระเบียบอยู่เสมอ เพื่อให้พื้นที่ในห้องครัวมีความสะดวกต่อการใช้สอยในครั้งต่อไป และสามารถหยิบจับหรือหาเครื่องใช้ภายในครัวได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น
เพียงแค่หมั่นดูแลทำความสะอาดห้องครัวอยู่เสมอ ก็สามารถลดการเกิดปัญหาต่าง ๆ ภายในห้องครัวได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้พื้นที่อยู่อาศัยภายในบ้านมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม โดยไม่รบกวนการอยู่อาศัยภายในบ้านอีกต่อไป

Leave Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *