บ้านโปร่งโล่งสบายคู่ธรรมชาติ

บ้านโปร่งโล่งสบายคู่ธรรมชาติ หากนึกถึงบ้านหรือทาวน์เฮาส์ แค่นึกก็เห็นภาพของอาคารผนังติด ๆ กันที่หน้าตาเหมือนกันหมดราวกับกดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ภายในแคบๆ ช่องแสงน้อยชวนให้อึดอัด แต่สิ่งที่คุ้นตาเหล่านี้เริ่มเปลี่ยนไป เพราะนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆและสถาปนิก รู้ดีว่าบ้านทาวน์โฮมแบบเก่าเป็นข้อจำกัดในการใช้ชีวิต จึงพยายามสร้างตัวตนใหม่ทั้งหน้าตาภายนอกและฟังก์ชันภายใน เพื่อให้ตรงใจผู้อยู่อาศัยมากที่สุด ทาวน์โฮมในเวียดนามหลังนี้มีความต่างออกไปอย่างน่าสนใจเช่นกัน แต่งห้องครัวสวย แบบห้องครัวที่ใช่กับคุณ

บ้านโปร่งโล่งสบายคู่ธรรมชาติ บ้านที่มีบริบทอย่างธรรมชาติ

บ้านที่มีบริบทอย่างธรรมชาติ

ยกตัวอย่างหลังนี้ โครงการทาวน์เฮ้าส์ขนาดหน้ากว้าง 6.6×14 เมตร หลังนี้ที่ตั้งอยู่ใน Son La ประเทศเวียดนาม ภายในพื้นที่ใช้สอย 165 ตารางเมตร ประกอบด้วย 4 ห้องนอน 1 ห้องพระ ห้องทานข้าว ห้องนั่งเล่น และห้องครัว แนวสถาปัตยกรรมจะเน้นผสมผสานเส้นสายเรขาคณิตอย่างประตูไม้ Arch ที่มีความโค้งๆ  หน้าต่างทรงกลม เข้ากับวัสดุบ้านๆ ที่หาได้ทั่วไปผนังอิฐโบราณ วัสดุไม้ธรรมชาติสร้างพื้นที่ใช้สอยที่ทันสมัยและเรียบง่าย และมีกลิ่นอายความเป็นเวียดนามดั้งเดิมเจืออยู่ทุกจุด

การออกแบบภายใน มีการจัดแปลนและฟังก์ชั้นใหม่ๆ ตามหลักการออกแบบสถาปัตยกรรม เพื่อให้บ้านมีสภาวะสบายขึ้นในข้อจำกัด โดยจัดพื้นที่ชั้นล่างเป็นแบบ open plan สร้างพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ห้องเดียว ลดการใช้ผนังแบ่งพื้นที่เป็นห้องเล็กห้องน้อย  แล้วรวมฟังก์ชันการใช้งานสาธารณะเข้ามาอยู่ด้วยกัน อาทิ ห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ครัว โดยมีฉากบล็อกช่องลมยื่นจากผนังออกมาเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวด้านใน  วิธีการนี้จะทำให้บ้านดูกว้างและมีสเปซยืดหยุ่นลื่นไหล

หนึ่งกลยุทธ์ที่ทำให้ทาวน์เฮาส์นี้แตกต่าง คือ การเจาะเพดานขึ้นไปต่อเชื่อมพื้นที่แนวตั้งระหว่างชั้น 1 และชั้น 2  บริเวณเหนือมุมทานข้าว แล้วใส่ช่องแสง skylight บนหลังคา ซึ่งทำให้บ้านรับแสงได้จากด้านบนแล้วส่องกระจายลงมาถึงชั้นล่าง การไหลเวียนของอากาศภายในอาคารก็ทำได้ดีขึ้นด้วย ลดปัญหาเรื่องการขาดแสง การระบายอากาศ ไปจนถึงการเสริมสร้างช่องทางปฏิสัมพันธ์ระหว่างชั้นที่ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นด้วย

ผนังบล็อกช่องลมลายสวย ผนังตกแต่งอิฐแดงลายก้างปลาสูงจากชั้น 1 ขึ้นไปถึงชั้น 2 งานไม้บนหน้าบานตู้ครัว เก้าอี้หวาย โคมไฟแขวนวัสดุธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นวัสดุพื้นฐานที่ใช้กันมานานหลายยุคสมัยในเวียดนาม เมื่อนำมารวมกับกระเบื้อง subway จากฝั่งซีกโลกตะวันตก เส้นโค้ง กระจก ก็เป็นการประสานตัวตนที่ทำให้บ้านมีความคลาสสิค

จากนั้นล่างขึ้นมาสู่ชั้นบน มีพื้นที่นั่งเล่นสบายๆ ที่มีความเป็นธรรมชาติจากพื้นที่ปูวัสดุลายไม้ ผนังเป็นฉากหลังอิฐแดงที่สูงทะลุขึ้นมาถึงชั้นบน รอบ ๆ ราวระเบียงวางกระถางต้นไม้ใบเขียวสดเรียงราย เมื่อแสงสาดส่องมาจาก skylight ให้บรรยากาศเหมือนนั่งเ่นในสวนกลางแจ้ง

ในท่ามกลางความคลาสสิคของ arch โค้ง อิฐ ไม้ ที่ดูร่วมสมัย ก็ยังต้องการพื้นที่ที่นำเสนอลุคที่โมเดิร์นขึ้นมาตามใจเจ้าของพื้นที่ใช้สอย เราจึงเห็นห้องนอนเด็กที่ตกแต่งด้วยของใช้และเฟอร์นิเจอร์สไตล์นอร์ดิก เรียบง่ายแต่อบอุ่น

แสงไฟที่สว่างไสวในยามค่ำทำให้บ้านมีสีสันและมิติ บ้านที่คิดว่าตกแต่งสวยในช่วงกลางวัน กลับเปล่งประกายขึ้นต่างไปอีกระดับในช่วงกลางคืน เหมือนมีแสงจากหิ่งห้อย ดวงดาว ระยิบระยับอยู่ตามจุดต่างๆ ของบ้านตั้งแต่ชั้นล่างถึงชั้นบน มองไกล ๆ คล้ายตะเกียงดวงใหญ่ จนลืมไปเลยว่านี่คือทาวน์เฮาส์ที่เคยถูกมองว่ามืดทึบอยู่ไม่สบาย

  • การใส่ช่องแสง  Skylight ช่วยดึงแสงเข้าสู่ตัวบ้านจากด้านบนหลังคา เป็นที่นิยมในบ้านเขตหนาวหรือบ้านที่มีข้อจำกัดในการใส่ช่องแสงด้านข้าง เช่น ทาวน์เฮาส์ที่ผนังเพื่อนบ้านขนาบติดกัน 2 ด้าน แต่การเลือกใส่ skylight ไม่ได้เหมาะกับทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในเมืองไทยที่เป็นเขตร้อน ปริมาณแสงจะแรงกว่าบ้านเขตหนาว หากดึงแสงเข้ามาในบ้านมากเกินไปจะร้อนจะอยู่ไม่สบาย ควรเลือกใส่ในห้องน้ำ ครัว หรือเหนือบันไดที่ต้องการแสงสว่างมาก ๆ วัสดุกระจกที่ใช้ต้อมีคุณสมบัติสะท้อนความร้อน ป้องกันรังสี UV ได้  ก็จะช่วยเพิ่มความสว่างให้บ้านแต่ไม่รู้สึกร้อนจนเกินไป

บ้านหน้าแคบลึก – บ้านโปร่งโล่งสบายคู่ธรรมชาติ

บ้านหน้าแคบลึก

แนวคิด Micro Living หรือที่อยู่อาศัยขนาดเล็กจิ๋วหน้าแคบๆ กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะขนาดที่ดินที่เล็กลงพร้อมๆ กับราคาที่ดินที่พุ่งลิ้วไม่มีลด ไม่เฉพาะที่ประเทศไทยเท่านั้น แม้แต่ในคูเวตเองก็หนีไม่พ้นปรากฏการณ์นี้เช่นกัน อย่างบ้านหลังนี้ชื่อโปรเจ็ค DUPLEX AO สร้างขึ้นบนแปลงหน้าแคบลึกมีความกว้างเพียง 3 เมตร ได้รับการออกแบบให้เป็นบ้านต้นแบบ เพื่ออุดช่องว่างระหว่างอาคารต่างๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง เป็นความท้าทายในการบริหารพื้นที่พลิกจากพื้นที่รกร้างให้กลายเป็นสถานที่สำหรับอยู่อาศัยได้อย่างมีคุณภาพ

บ้านสองชั้นหน้าตาล้ำสมัยเหมือนกระสวยอวกาศนี้ เริ่มต้นจากที่นักออกแบบต้องการสร้างบ้านเล็ก ๆ ที่มีฟังก์ชันจำเป็นในการอยู่อาศัยสำหรับเพียงคนเดียว แต่ในที่สุดก็พัฒนามาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับครอบครัว 4 คน เนื่องจากข้อจำกัดทางเศรษฐกิจและด้วยพื้นที่ก่อสร้างที่จำกัดคับแคบมาก การออกแบบภายในจึงต้องพยายามเพื่อแก้ปัญหาสำคัญหลายประการเกี่ยวกับประสิทธิภาพของพื้นที่ ความคุ้มค่า และเวลา ตลอดจนข้อกังวลเรื่องการประหยัดพลังงานไปพร้อมกันด้วย

พื้นที่ตรงนี้เดิมเป็นห้องเก็บของที่ไม่ได้ใช้งานขนาด 3X10 เมตร ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องความสวยหรือมุมมอง แต่การจะทำเป็นบ้านต้องวางรูปแบบอย่างระมัดระวังขึ้น โดยมีการเว้นระยะห่างจากบ้านของครอบครัวเดิมที่อยู่ข้างๆ ที่พอดีสำหรับเดิน ใส่ช่องเปิดด้านข้างเป็นจังหวะที่มองเห็นได้แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว

สถาปนิกเน้นเปิดพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังเพื่อให้บ้านรับแสงธรรมชาติ ลม และวิวได้มากกว่าด้านข้าง ส่วนความสูงของบ้านจะถูกบังคับด้วยกฎหมายทำให้ไม่สามารถสูงกว่านี้ได้ และเลือกออกแบบผนังรูปด้านหน้าให้เหมือนถูกตัดเฉือนเหมือนเครื่องหมายลูกศร เพราะจะทำให้ได้วิวมากกว่า และให้ประสิทธิภาพการใช้งานดีกว่าการสร้างผนังสี่เหลี่ยมขึ้นไปตรงๆ

ภายในบ้านเรียงฟังก์ชันชั้นล่างจากพื้นที่โล่งๆ สำหรับต้อนรับแขกและทางเดิน ห้องครัว พื้นที่ออกกำลังกายที่แปลงเป็นห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัว ห้องทำงานอยู่ที่ชั้นบน ตามด้วยห้องนอนใหญ่พร้อมพื้นที่ตู้เสื้อผ้า และห้องน้ำเต็มรูปแบบ รวมถึงระเบียงที่เปิดโล่งออกไปจับวิวเมือง ความเขียวขจีของต้นไม้

ออกแบบภายในฟังก์ชันใช้งานหลัก ๆ อย่างเคาน์เตอร์ครัวจะมีขนาดกะทัดรัดและถูกจัดเอาไว้ชิดติดด้านข้าง เพื่อเว้นพื้นที่สำหรับสัญจรได้ง่าย ด้านข้างออกแบบช่องเปิดหน้าตาเก๋ ๆ ให้มุมมองที่แตกต่างรับกับดีไซน์ที่ล้ำสมัยของบ้าน นอกจากี้บางจุดของบ้านยังมี skylight ที่รับแสงเข้าสู่ตัวบ้านจากด้านบน ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงกลางวันได้ดี

ในบ้านหน้าแคบเพียง 3 เมตร การบริหารพื้นที่จึงจำเป็นอย่างมาก ซึ่งการบิลท์อินติดด้านข้างซ่อนฟังก์ชันตู้เก็บของ หรือใช้พื้นที่แนวตั้งให้มากที่สุด ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้เหลือพื้นที่แนวนอนมาก ไม่ต้องมีอุปสรรคกับการนำตู้ โต๊ะ มาวางเพิ่มให้เสียพื้นที่ ถึงบ้านจะแคบแต่ก็ใช้ชีวิตได้สะดวกและครบครัน

แม้จะมีมิติที่ยากลำบาก ด้วยขนาดพื้นที่ ข้อจำกัดทางกฎหมาย และทรัพยากรที่ต้องประหยัดใช้พลังงานต่ำ DAO ก็ยังประสบความสำเร็จในการออกแบบเชิงพื้นที่ ซึ่งกระตุ้นรูปแบบใหม่ของการใช้ชีวิตขนาดเล็กที่ยั่งยืนรวมกับโซลูชันสีเขียวที่ช่วยในการประหยัดพลังงาน สร้างความตระหนักเกี่ยวกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคนี้ไปด้วยในตัว

  • บ้านที่มีรูปทรงหน้าแคบลึก มักจะมีข้อจำกัดที่เหมือน ๆ กันคือ การขาดแสงช่วงกลางอาคารที่ส่องเข้าไปไม่ถึง ทำให้บ้านมืดทึบและไม่มีช่องทางระบายอากาศ สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ เช่น การทำช่องแสง skylight รับแสงจากด้านบน การจัดบ้านแบบ open plan เรียงฟังก์ชันใช้งานร่วมกันให้ต่อเนื่องไปแบบไม่ก่อปิดแบ่งเป็นห้องเล็กห้องน้อย สำหรับการบริหารพื้นที่ภายใน ควรเน้นเฟอร์นิเจอร์เฉพาะชิ้นที่จำเป็นจัดชิดติดผนัง ใช้พื้นที่แนวตั้งให้มากที่สุด เช่น การติดตั้งตู้ ชั้น บนผนัง เพื่อลดการใช้พื้นที่วางของบนพื้น จะทำให้บ้านเหลือสเปซโล่งๆ พร้อมกับทำให้ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

บ้านคู่ธรรมชาติ – บ้านโปร่งโล่งสบายคู่ธรรมชาติ

บ้านคู่ธรรมชาติ

ว่ากันว่าบ้านเป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวตนของเจ้าของได้ ไม่ว่าจะลึกลับ เปิดเผย น่ารัก ดิบ หรือหรูหรา บ้านหลังนี้ก็มีลักษณะเฉพาะเช่นกัน โครงการบ้านเดี่ยวนี้ตั้งอยู่อย่างกลมกลืนในป่าเวียนนา ประเทศออสเตรีย เป็นบ้านที่ดูแปลกพอ ๆ กับคนที่อาศัยอยู่ในนั้น ทางไปบ้านจะค่อยๆ นำไปสู่ป่าในฝันที่แวดล้อมด้วยต้นไม้  เห็นแบบนี้อาจจะคิดว่าอยู่ไกลห่างไปในชนบท แต่ในความเป็นจริงแล้วบ้านอยู่ห่างจากใจกลางมหานครแห่งเวียนนาภายในเวลาเดินทาง 30 นาทีเท่านั้น

เห็นบ้านเล็ก ๆ ขนาด 71 ตารางเมตรแบบนี้ ไม่ได้สร้างขึ้นอย่างๆ ง่ายๆ เลย ตรงกันข้ามสถาปนิกเห็นว่าข้อจำกัดของสถานที่ทำให้การทำบ้านนี้ “ยาก” จริง ๆ ด้วยความลาดชันและพื้นที่ว่างน้อย จึงต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปในงานสถาปัตยกรรม โดยทำสเต็ปทางเดินค่อยๆ เดินขึ้น สองข้างทางปลูกพืช ซึ่งทำให้บ้านดูกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมพร้อมกันดินสไลด์ ตัวบ้านทำจากไม้สูงหลายชั้น มีมุมจับภาพทิวทัศน์อันงดงามของป่าเวียนนาและสร้างการเชื่อมต่อสูงสุดกับธรรมชาติ

เวียนนาเป็นเมืองในยุโรปที่มีสภาพภูมิอาาศหนาวเย็นเป็นช่วงเวลานาน ฝนตกจะปรอย ๆ สลับหนาวเย็น วัสดุทำบ้านหลัก ๆ จึงเป็นไม้ที่มีคุณสมบัติทนทานต่อสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะความชื้นได้ดี อย่างเช่น ไม้ซีดาร์ นำมาถนอมด้วยเปลวไฟผนังจึงมีสีเข้ม วัสดุเหล็กที่ใช้ในส่วนกรอบบ้าน บันได และอื่นๆ เป็นเหล็กกล้าที่ทนสนิมเช่นกัน

เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว บ้านจึงถูกปิดสนิทด้านข้าง ในขณะที่ด้านหน้าและด้านหลังกลับใช้กระจกจำนวนมากช่วยให้เปิดกว้างได้เต็มที่ สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างราบรื่นระหว่างภายในและภายนอก และด้วยข้อจำกัดของที่ว่างที่ค่อนข้างน้อยทำให้สถาปนิกต้องเพิ่มพื้นที่ใช้งานในแนวตั้งขึ้นเป็นบ้านหลายชั้น ที่มีระเบียงยื่นออกมาในทุกระดับด้วยแรงบันดาลใจที่ชื่นชอบในความเป็นธรรมชาติ เจ้าของบ้านจึงปลูกดอกหญ้าฟูพริ้วเต็มระเบียงทุกชั้น ทำให้บ้านกลายเป็นกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่

ภายในตกแต่งด้วยชุดสีขาว เทา เป็นฉากหลัง ตัดเส้นสายตาด้วยสีดำสไตล์โมเดิร์น แปลบนบ้านหลีกเลี่ยงการใส่สิ่งที่ไม่จำเป็นให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างพื้นที่ว่างและสเปซสูงสุด และเชื้อเชิญให้ผู้อยู่อาศัยจดจ่อกับสิ่งรอบตัว เหนือสิ่งอื่นใดคือ เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับงานอดิเรกและอาชีพของเจ้าของบ้านที่ชื่นชอบหนังสือและพฤกษศาสตร์เป็นพิเศษ

การันตีวิวป่าที่มองเห็นตั้งแต่ลำต้น ปลายไม้ เลยไปจนถึงท้องฟ้าด้วยผนังกระจกสูง 2 ชั้นบริเวณนั่งเล่น ในโซนครัว โถงบันได ไปจนถึงห้องนอนก็เลือกตำแหน่งที่จับวิวทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะอยู่จุดไหนก็ไม่พลาดทัศนียภาพที่สวยงามอย่างที่ตั้งใจ ในห้องนั่งเล่นยังออกแบบให้มีพื้นที่ว่างโถงสูง ซึ่งจะช่วยระบายอากาศร้อนให้ไหลขึ้นด้านบนได้ดีในฤดูร้อน

Double Space ในชั้นล่างเปิดการเชื่อมต่อยังห้องนอนที่อยู่เหนือขึ้นไป จากจุดนี้จึงสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่ใช้ชีวิตอยู่ระหว่างชั้นได้ง่ายขึ้น นอกจากไม่พลาดวิวแล้วยังไม่คลาดการติดต่อด้วย

  • สำหรับที่มีสิ่งแวดล้อมสวยงาม การจะปิดทึบก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย สถาปนิกจึงมักสอบถามเจ้าของบ้านก่อนเสมอว่า ชอบบ้านในมุมไหน อยากให้บ้านเปิดรับมุมมองบริเวณใด จุดไหนที่ต้องการปิดเป็นส่วนตัว จากนั้นจึงนำมาประมวลผลเพื่อใส่ช่องเปิด ประตู หน้าต่าง ด้วยวัสดุกระจกใสเป็นหลัก เพื่อเชื่อมต่อมุมมองทางสายตาไปยังจุดนั้นๆ ทั้งนี้การการใส่ผนังกระจกในบริเวณกว้างอาจมีข้อจำกัดบางประการ อาทิ ทิศที่หันออกไปเป็นทิศที่รับแสงได้มากอย่างทิศตะวันตก ซึ่งจะทำให้บ้านร้อนได้ หรือเป็นโซนที่ผู้คนผ่านไปมาดูไม่เป็นส่วนตัว ก็อาจแก้ไขด้วยการเลือกกระจกที่มีฟิลม์ป้องกันแสง การใส่ฟาซาด ฉาก ระแนงป้องกันสายตาที่มองเข้ามา เป็นต้น

Leave Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *